มาเรียนรู้เรื่อง “ลูกหนี้การค้า” ข้อแตกต่างทางบัญชีและภาษี สู่การปฏิบัติ กันครับ
ความรู้เรื่องลูกหนี้การค้า
ข้อแตกต่างทางบัญชีและภาษี สู่การปฏิบัติ
เรื่องลูกหนี้การค้าอาจดูเหมือนเป็นแค่เรื่อง "เงินที่เขายังไม่จ่ายเรา" แต่ในทางบัญชีฉบับปรับปรุงล่าสุด โดยเฉพาะมาตรฐาน TFRS 9 มีรายละเอียดที่เปลี่ยนไปพอสมควร และในทางภาษีก็มีเกณฑ์เข้มงวดที่ต้องปฏิบัติตามให้ถูกต้อง หากเข้าใจข้อแตกต่างทั้งสองด้านนี้ จะช่วยให้บริหารงบการเงินได้สะอาด และวางแผนภาษีได้ถูกต้องครับ
ลูกหนี้การค้าคืออะไร?
ลูกหนี้การค้า คือ เงินที่ลูกค้าค้างชำระเรา จากการที่เขาซื้อสินค้าหรือบริการไปแล้ว โดยปกติจะมีกำหนดระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) เช่น 30 วัน หรือ 60 วัน
การตั้ง "ค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" (ECL)
ในอดีตเราจะรอให้หนี้เสียก่อนค่อยตั้งสำรอง แต่มาตรฐานใหม่ TFRS 9 กำหนดให้ต้องประมาณการความเสี่ยงตั้งแต่วันแรกที่เกิดลูกหนี้เลย เรียกว่า Expected Credit Loss (ECL)
วิธีที่นิยมที่สุดสำหรับธุรกิจทั่วไปคือ "ตารางการผิดนัดชำระ" (Provision Matrix หรือ Aging Schedule) โดยแบ่งกลุ่มลูกหนี้ตามระยะเวลาที่ค้างชำระ แล้วคูณด้วยอัตรา % ความเสี่ยง:
| ระยะเวลาที่ค้างชำระ | ยอดหนี้ (บาท) | % ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ | ค่าเผื่อฯ ที่ต้องตั้ง (บาท) |
|---|---|---|---|
| ยังไม่ถึงกำหนด | 100,000 | 0.5% | 500 |
| เกินกำหนด 1–30 วัน | 50,000 | 2% | 1,000 |
| เกินกำหนด 31–60 วัน | 20,000 | 10% | 2,000 |
| รวม | 170,000 | — | 3,500 |
การบันทึกบัญชี
ข้อแตกต่าง "ทางบัญชี" vs "ทางภาษี"
นี่คือจุดที่นักบัญชีต้องระวังที่สุด เพราะหลักการทั้งสองด้านแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:
| รายการ | ทางบัญชี (TFRS 9) | ทางภาษี (สรรพากร) |
|---|---|---|
| การตั้งค่าเผื่อหนี้ฯ (ECL) | บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีตามประมาณการ | ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่าย — ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษี (ภ.ง.ด.50) |
| การตัดหนี้สูญ | ตัดออกเมื่อประเมินว่าเก็บไม่ได้แน่ๆ ตามดุลพินิจทางวิชาชีพ | ต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 374) ถึงจะหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ |
ตัวอย่างสถานการณ์
หมายเหตุ: ECL ควรตั้งบนยอดหนี้สุทธิก่อน VAT (10,000 บาท) เนื่องจาก VAT ที่บวกเพิ่มเป็นหนี้สินที่บริษัทต้องนำส่งสรรพากรอยู่แล้ว ดังนั้น ECL 50% = 5,000 บาท
การปฏิบัติในการตัดหนี้สูญ เพื่อให้เป็นไปตามหลักภาษี
สรรพากรมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2563) เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทแอบอ้างผลขาดทุนมาลดภาษีโดยไม่มีหลักฐาน หลักเกณฑ์แบ่งตาม "วงเงินหนี้ต่อราย" ดังนี้:
สิ่งที่ต้องทำ: จดหมายทวงหนี้ (EMS/ลงทะเบียน) อย่างน้อย 2–3 ฉบับ + หลักฐานว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะชำระ หรือติดต่อไม่ได้ + อนุมัติจากกรรมการ/ผู้จัดการ
จุดสำคัญ: ฟ้องศาล ศาลรับฟ้อง แล้ว ก็ตัดหนี้สูญได้ทันทีในรอบปีนั้น — ไม่ต้องรอคำพิพากษาครับ
กรณีคดีแพ่ง: ต้องฟ้องจนศาลมีคำพิพากษา และสืบทรัพย์แล้วไม่พบทรัพย์เพียงพอ
กรณีล้มละลาย: ต้องมีประนอมหนี้ที่ศาลเห็นชอบ หรือลูกหนี้ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย + แบ่งทรัพย์ครั้งแรกแล้ว
| ยอดหนี้ต่อราย | วิธีการตัดหนี้สูญ (ทางภาษี) | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 200,000 บาท | ทวงถามจนถึงที่สุด + กรรมการอนุมัติ | ต้องมีหลักฐานจดหมายตอบรับจากไปรษณีย์ (EMS) |
| 200,001 – 2,000,000 บาท | ฟ้องศาลแพ่ง (ศาลรับฟ้อง) | ไม่ต้องรอคำพิพากษา ก็ตัดได้ทันทีในรอบปีนั้น |
| เกิน 2,000,000 บาทขึ้นไป | ฟ้องศาล + ต้องรอผลบังคับคดี/แบ่งทรัพย์ | ตัดได้เมื่อสืบทรัพย์แล้วไม่เจอ หรือศาลสั่งล้มละลาย |
ข้อควรระวังเพิ่มเติม (หัวใจสำคัญ!)
2. หนี้ต้องไม่ขาดอายุความ — หากปล่อยให้หนี้ขาดอายุความก่อน สรรพากรอาจไม่ยอมให้ตัดเป็นหนี้สูญ
3. ต้องดำเนินการในปีที่ถูกต้อง — ตัดได้ในปีที่หลักฐานครบถ้วนเท่านั้น
VAT กับการตัดหนี้สูญ — สิทธิ์ขอคืนภาษีขาย
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อยครับ — ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/10 เมื่อบริษัทตัดหนี้สูญได้ถูกต้องตามเงื่อนไข บริษัทมีสิทธิ์นำภาษีขายที่เคยส่งให้รัฐไปแล้วกลับคืนมา โดยถือเป็น "ภาษีซื้อ" ในเดือนที่ตัดหนี้สูญสำเร็จ
ขายสินค้าให้ นาย ก. เป็นเงิน 100,000 บาท + VAT 7,000 บาท (รวม 107,000 บาท) เมื่อปี 2567 ต่อมาปี 2569 นาย ก. ล้มละลายและบริษัทดำเนินการตามเกณฑ์สรรพากรจนตัดหนี้สูญสำเร็จ
ปี 2567 — วันที่เกิดหนี้
ปี 2569 — เมื่อตัดหนี้สูญสำเร็จ
2. ต้องมีหลักฐานการตัดหนี้สูญทางภาษีครบถ้วนตามวงเงิน
3. ต้องนำมาหักในเดือนภาษีที่การตัดหนี้สูญนั้น "เสร็จสมบูรณ์" — ไม่สามารถย้อนหลังได้
1. ต้องบันทึกเงินที่ได้รับเป็น "รายได้อื่น" ทั้งจำนวน (100,000 บาท)
2. ต้องนำส่งภาษีขายกลับไปให้สรรพากรใหม่ (7,000 บาท) ในเดือนที่ได้รับชำระหนี้
5 คำถามที่พบบ่อย
ลูกหนี้หายสาบสูญไปแล้ว ติดต่อไม่ได้เลย ตัดเป็นหนี้สูญได้ทันทีไหม?
คำแนะนำ: ให้ส่งจดหมายตอบรับ (EMS/ลงทะเบียน) ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่ทำการของลูกหนี้ หากจดหมายถูกตีกลับว่า "ไม่มีผู้รับ" หรือ "ย้ายไม่ทราบที่อยู่" ให้เก็บซองจดหมายนั้นไว้เป็นหลักฐานประกอบการตัดหนี้สูญ (สำหรับยอดไม่เกิน 200,000 บาท)
ถ้าลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดา (ไม่มีบริษัท) ต้องทำอย่างไรถึงจะตัดหนี้สูญได้?
คำแนะนำ: หากยอดหนี้เกิน 200,000 บาท แม้จะเป็นบุคคลธรรมดา คุณก็ต้องฟ้องศาลแพ่งให้ศาลรับฟ้องก่อน ถึงจะนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ การแค่บอกว่า "เขาไม่มีเงินจ่าย" สรรพากรไม่ยอมรับ
การตัดหนี้สูญทางบัญชีกับทางภาษี ทำคนละปีกันได้ไหม?
วิธีปฏิบัติ: ในปีที่ตัดทางบัญชีแต่หลักฐานภาษีไม่ครบ ให้ "บวกกลับ" ในแบบ ภ.ง.ด.50 แล้วค่อยไป "หักออก" ในปีที่หลักฐานภาษีครบถ้วนครับ
ถ้าลูกหนี้คืนสินค้ามาบางส่วนเพื่อขอล้างหนี้ จะทำอย่างไร?
กรรมการบริษัทขอยกหนี้ให้ลูกหนี้ (เพราะเป็นคนรู้จัก) ตัดเป็นหนี้สูญได้ไหม?
ผลที่ตามมา: หาก Debt Forgiveness เกิดขึ้น ยอดหนี้นั้นจะถือเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" — บันทึกในบัญชีได้ตามจริง แต่ไม่สามารถนำมาหักภาษีได้ (ต้องบวกกลับ 100%) และบริษัทอาจถูกเพ่งเล็งเรื่องการทำธุรกิจโดยไม่มีการแสวงหากำไรตามปกติด้วย







