คำตอบสั้น ๆ: ทันทีที่บริษัทจดทะเบียนเสร็จ กฎหมายถือว่าบริษัทเป็น "บุคคล" ที่มีหน้าที่ของตัวเอง 3 กลุ่มทันที — ทำบัญชีและเก็บเอกสารทุกเดือน · ยื่นภาษีรายเดือนและรายปี · ประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นงบการเงินทุกปี — แม้ยังไม่มีรายได้แม้แต่บาทเดียวก็ต้องทำครบ (กรณีไม่มีรายการเคลื่อนไหวเรียกว่า "งบเปล่า") ถ้าปล่อยเลยมีค่าปรับทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร
ทำไม "เปิดบริษัทแล้ว" หน้าที่ถึงยังไม่จบ
หลายคนเข้าใจว่าจดทะเบียนบริษัทเสร็จ = เสร็จงาน แล้วค่อยมาว่ากันตอนมีรายได้ ความจริงคือวันที่หนังสือรับรองออก บริษัทกลายเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้ว — มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี มีหน้าที่ทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีตามประมวลรัษฎากร โดยที่กฎหมายไม่ได้สนใจว่าบริษัทจะขายของได้แล้วหรือยัง
ข่าวดีคือหน้าที่เหล่านี้มีรูปแบบตายตัว รู้ปฏิทินครั้งเดียวใช้ได้ทุกปี ด้านล่างนี้คือทั้งหมดที่กรรมการมือใหม่ต้องรู้
หน้าที่ "ทุกเดือน" — เริ่มนับตั้งแต่เดือนแรกที่จดทะเบียน
| รายการ | ใครต้องทำ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|
| จัดทำบัญชี บันทึกรายการ เก็บเอกสารประกอบ (ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา Statement) | ทุกบริษัท/หจก. ตั้งแต่วันจดทะเบียน | ต่อเนื่อง — เก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี |
| ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าบริการ | เฉพาะเดือนที่มีการจ่ายเงินที่ต้องหัก | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายถึงวันที่ 15) |
| ภ.พ.30 ภาษีมูลค่าเพิ่ม | เฉพาะบริษัทที่จด VAT แล้ว | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ถึงวันที่ 23) — แม้เดือนนั้นยอดเป็นศูนย์ก็ต้องยื่น |
| ประกันสังคม เงินสมทบนายจ้าง-ลูกจ้าง | เมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน (ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างภายใน 30 วัน) | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
สังเกตว่าถ้าบริษัทยังไม่มีพนักงาน ไม่ได้จด VAT และไม่มีการจ่ายเงินใด ๆ เลย หน้าที่รายเดือนจะเหลือแค่ "ทำบัญชีและเก็บเอกสาร" — แต่หน้าที่รายปีด้านล่างนี้ไม่ลดลงเลย
หน้าที่ "ทุกปี" — ปฏิทินสำหรับรอบบัญชี 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.
บริษัทส่วนใหญ่ใช้รอบบัญชีตามปีปฏิทิน กำหนดเวลาด้านล่างจึงอิงวันสิ้นรอบ 31 ธันวาคม (ถ้ารอบบัญชีของคุณต่างออกไป ให้เลื่อนตามสัดส่วนเดียวกัน)
| ช่วงเวลา | ต้องทำอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ม.ค. – เม.ย. | ปิดบัญชีประจำปี จัดทำงบการเงิน แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและลงลายมือชื่อ | บริษัทจำกัดต้องใช้ CPA ทุกกรณี · หจก. ขนาดเล็ก (ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์และรายได้ ≤ 30 ล้าน) ใช้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (TA) ได้ |
| ภายใน 30 เม.ย. | ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เพื่ออนุมัติงบการเงิน (บริษัทจำกัด) | ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี · ส่งหนังสือเชิญประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (กรณีมีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ต้องลงประกาศหนังสือพิมพ์ด้วย) |
| ภายใน 14 วันหลังประชุม | ยื่น บอจ.5 สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | บริษัทจำกัด · ยื่นผ่านระบบ DBD e-Filing |
| ภายใน 1 เดือนหลังประชุม (≈ 31 พ.ค.) | ยื่นงบการเงิน (ส.บช.3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | หจก. ยื่นภายใน 5 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี (≈ 31 พ.ค. เช่นกัน) |
| ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบ (≈ 30 พ.ค.) | ยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี พร้อมแนบงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรอง | ยื่นออนไลน์ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน · ไม่มีรายได้ ภาษีเป็นศูนย์ ก็ต้องยื่น |
| ภายใน 31 ส.ค. | ยื่น ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ประมาณการกำไรทั้งปี) | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นครึ่งรอบบัญชี · รอบบัญชีแรกที่สั้นกว่า 12 เดือนไม่ต้องยื่น |
| ภายใน ก.พ. ของปีถัดไป | ยื่น ภ.ง.ด.1ก สรุปเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานทั้งปี | เฉพาะบริษัทที่มีการจ่ายเงินเดือน/ค่าจ้าง |
ยังไม่มีรายได้เลย ต้องทำทั้งหมดนี้จริงหรือ?
จริงครับ — แต่ทำง่ายกว่ามาก บริษัทที่จดทะเบียนแล้วยังไม่ได้เริ่มประกอบกิจการ ไม่มีรายการซื้อขาย ไม่มีรายได้และค่าใช้จ่าย จะจัดทำงบเปล่า (Dormant Financial Statement) ซึ่งมีแค่รายการทางทะเบียน เช่น ทุนจดทะเบียนและลูกหนี้ค่าหุ้น แต่ยังคงต้องผ่านผู้สอบบัญชี ยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยื่น ภ.ง.ด.50 เหมือนบริษัททั่วไปทุกขั้นตอน
ค่าใช้จ่ายของงบเปล่าจึงต่ำกว่างบปกติมาก — ที่ Riskless คิดราคาเหมารวมค่าสอบบัญชีแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด 8,000 บาท · บริษัทจำกัด 12,000 บาท ดูรายละเอียดและสิ่งที่ได้รับได้ที่ บริการรับปิดงบเปล่า
ถ้าปล่อยไว้ไม่ทำ จะโดนอะไรบ้าง
| ไม่ทำอะไร | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ไม่ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า / ยื่นล่าช้า | ค่าปรับทั้งบริษัทและกรรมการผู้มีอำนาจแยกกัน — อัตราเปรียบเทียบปรับเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า (ล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน เริ่มที่หลักพัน ไปจนถึงหลักหลายพันต่อฝ่ายเมื่อเกิน 4 เดือน) และอัตราสูงสุดตามกฎหมายถึง 50,000 บาท |
| ไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 / ยื่นล่าช้า | ค่าปรับอาญาสูงสุด 2,000 บาท + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (ถ้ามี) และเสี่ยงถูกเรียกตรวจย้อนหลัง |
| ไม่ยื่น บอจ.5 | มีค่าปรับแยกต่างหากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
| ค้างหลายปีต่อเนื่อง | เสี่ยงถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง — ทำธุรกรรมธนาคาร กู้เงิน ขายบริษัท หรือแม้แต่จดเลิกบริษัทไม่ได้ จนกว่าจะฟื้นสถานะและยื่นย้อนหลังให้ครบ ซึ่งแพงกว่าทำตามกำหนดหลายเท่า |
เช็คลิสต์ 10 ข้อ สำหรับกรรมการที่เพิ่งเปิดบริษัท
- เปิดบัญชีธนาคารในชื่อบริษัท และโอนค่าหุ้นที่ชำระแล้วเข้าบัญชีนี้ (อย่าปนกับบัญชีส่วนตัว)
- สมัครระบบ DBD e-Filing และ e-Filing กรมสรรพากร ไว้ล่วงหน้า (ใช้ตอนยื่นงบและภาษี)
- เริ่มเก็บเอกสารทุกใบตั้งแต่วันแรก — ใบเสร็จค่าจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าทำตรายาง ก็คือรายการบัญชี
- ตัดสินใจเรื่อง VAT: ยังไม่ต้องจดถ้ารายรับไม่ถึง 1.8 ล้าน/ปี แต่ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคลอาจควรจดก่อน (อ่าน บริการจดทะเบียน VAT)
- ถ้าจะจ้างพนักงาน ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้าง
- ทุกครั้งที่จ่ายค่าบริการ/ค่าเช่า/ค่าจ้าง ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ
- จดปฏิทินรายปี: ประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 30 เม.ย. → บอจ.5 ภายใน 14 วัน → ยื่นงบ + ภ.ง.ด.50 ภายในปลาย พ.ค. → ภ.ง.ด.51 ภายใน 31 ส.ค.
- ติดต่อผู้สอบบัญชีไว้ตั้งแต่ต้นปี อย่ารอถึงเมษายน (ช่วงฤดูปิดงบคิวแน่นทุกสำนักงาน)
- อย่าให้กรรมการสำรองจ่ายหรือรับเงินแทนบริษัทโดยไม่มีเอกสาร — จะกลายเป็น "เงินกู้ยืมกรรมการ" ที่สร้างปัญหาภาษีภายหลัง
- ถ้ายังไม่เริ่มกิจการในปีแรก วางแผนทำงบเปล่าให้ทันกำหนด ถูกกว่าเสียค่าปรับแน่นอน
ให้ Riskless ดูแลปฏิทินทั้งหมดนี้แทนคุณ
ทำบัญชีรายเดือนเริ่ม 3,000 บาท/เดือน · ปิดงบเปล่าเหมาจ่ายรวมค่าสอบบัญชี · ทีมดูแลโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สำนักงานย่านบางนา–อุดมสุข ให้บริการออนไลน์ทั่วประเทศ
ดูแพ็กเกจทำบัญชีรายเดือน ปิดงบเปล่า 8,000–12,000 บาท






