คำตอบสำหรับคำถามยอดฮิต: ถ้าบริษัทของคุณจด VAT และจ่ายค่าโฆษณาให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ (Facebook/Instagram, Google Ads, TikTok Ads) โดยแจ้งเลขผู้เสียภาษีไว้ในบัญชีโฆษณา แพลตฟอร์มจะไม่คิด VAT 7% — คุณมีหน้าที่นำส่ง VAT นั้นเองด้วยแบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป แล้วนำใบเสร็จ ภ.พ.36 มาใช้เป็นภาษีซื้อได้เต็มจำนวน สรุปคือไม่ใช่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แค่ต้องยื่นให้ครบ ถ้าลืมจะโดนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มทั้งที่ภาษีจริงเป็นศูนย์
ทำไมจ่ายค่าแอดแล้วต้องนำส่ง VAT เอง
หลักของภาษีมูลค่าเพิ่มคือ "บริการที่ใช้ในประเทศไทยต้องเสีย VAT ในไทย" เมื่อผู้ให้บริการเป็นบริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทยแบบปกติ กฎหมาย (มาตรา 83/6 ประมวลรัษฎากร) จึงย้ายหน้าที่นำส่งภาษีมาอยู่ที่ผู้จ่ายเงินในไทยแทน — เรียกกันว่า reverse charge และแบบที่ใช้นำส่งคือ ภ.พ.36
ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 มีกฎหมาย e-Service ให้แพลตฟอร์มต่างประเทศจดทะเบียน VAT แบบพิเศษ (VES) กับกรมสรรพากร เพื่อเก็บ VAT จากผู้ใช้ในไทยที่ไม่ได้จด VAT โดยตรง — แต่สำหรับผู้ใช้ที่จด VAT แล้ว แพลตฟอร์มจะไม่เก็บ และหน้าที่ ภ.พ.36 ยังคงเป็นของคุณเหมือนเดิม นี่คือที่มาของความสับสน "ทำไมบางบริษัทโดนคิด VAT บางบริษัทไม่โดน"
เช็คว่าคุณอยู่กรณีไหน
| บริษัทจด VAT แล้ว (แจ้งเลขผู้เสียภาษีในบัญชีโฆษณา) | ยังไม่ได้จด VAT / ไม่ได้แจ้งเลข | |
|---|---|---|
| แพลตฟอร์มคิด VAT ไหม | ไม่คิด — ใบแจ้งหนี้เป็นยอดค่าโฆษณาล้วน | คิด 7% รวมในบิล (ภายใต้ระบบ VES) |
| ต้องยื่น ภ.พ.36 ไหม | ต้องยื่น ทุกเดือนที่มีการจ่าย | ไม่ต้อง (แพลตฟอร์มนำส่งให้แล้ว) |
| ขอคืน/เครดิตภาษีซื้อได้ไหม | ได้เต็มจำนวน — ใช้ใบเสร็จ ภ.พ.36 เป็นหลักฐานภาษีซื้อ | ไม่ได้ — 7% นั้นกลายเป็นต้นทุนค่าโฆษณา |
| ผลสุทธิ | VAT ไม่ใช่ต้นทุน (จ่ายแล้วได้คืน) แต่มีภาระยื่นแบบ | ค่าโฆษณาแพงขึ้น 7% แต่ไม่ต้องยื่นอะไรเพิ่ม |
วิธียื่น ภ.พ.36 ทีละขั้น
- รวบรวมหลักฐานการจ่ายของเดือนนั้น — ใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จจากแพลตฟอร์ม (ดาวน์โหลดจาก Billing) และรายการตัดบัตรเครดิตหรือโอนเงิน ต้องเป็นชื่อบริษัท
- คำนวณฐานภาษี — ยอดค่าบริการที่จ่ายจริง แปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่าย (ถ้าจ่ายเป็นบาทใช้ยอดนั้นเลย) แล้วคูณ 7%
- ยื่นแบบ ภ.พ.36 ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้รับขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วันตามประกาศกระทรวงการคลังที่ต่ออายุเป็นระยะ — ตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดทุกปี)
- ชำระภาษี ตามยอดในแบบ แล้วเก็บใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรไว้
- นำใบเสร็จ ภ.พ.36 ไปลงเป็นภาษีซื้อ ในรายงานภาษีซื้อและแบบ ภ.พ.30 ของเดือนที่ได้ยื่นและชำระ ภ.พ.36 — ภาษีที่จ่ายไปจะกลับมาหักกับภาษีขายของคุณ
ตัวอย่าง: เดือนกรกฎาคมจ่ายค่าโฆษณา Facebook 50,000 บาท และ Google Ads 30,000 บาท (ทั้งสองแพลตฟอร์มไม่คิด VAT เพราะแจ้ง Tax ID ไว้) → ฐานภาษี 80,000 บาท × 7% = 5,600 บาท → ยื่น ภ.พ.36 และชำระภายใน 7 สิงหาคม → นำ 5,600 บาทไปเป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30 เดือนสิงหาคม ผลสุทธิ VAT ที่บริษัทแบกจริง = 0 บาท
แพลตฟอร์มและบริการไหนเข้าข่ายบ้าง
| บริการ | ผู้ออกบิล | ต้อง ภ.พ.36 ไหม (กรณีจด VAT) |
|---|---|---|
| Facebook / Instagram Ads | Meta Platforms Ireland | ต้อง |
| Google Ads / YouTube Ads | Google Asia Pacific (สิงคโปร์) | ต้อง |
| TikTok Ads | TikTok Pte. Ltd. (สิงคโปร์) | ต้อง |
| LinkedIn Ads, X (Twitter) Ads | บริษัทต่างประเทศ | ต้อง |
| ซอฟต์แวร์/คลาวด์ต่างประเทศ เช่น Canva, Adobe, Zoom, Shopify, AWS, ChatGPT, Notion | บริษัทต่างประเทศ | ต้อง (หลักเดียวกัน — ไม่ใช่แค่ค่าโฆษณา) |
| LINE Ads / LINE OA | LINE Company (Thailand) — บริษัทไทย | ไม่ต้อง ได้รับใบกำกับภาษีไทยปกติ |
| ค่าโฆษณาใน Shopee / Lazada | นิติบุคคลไทยของแพลตฟอร์ม | ไม่ต้อง ใช้ใบกำกับภาษีที่ได้รับเป็นภาษีซื้อตามปกติ |
หลักจำง่าย ๆ: ดูว่า "ใครออกบิล" — ถ้าเป็นบริษัทต่างประเทศและบิลไม่มี VAT ไทย → ภ.พ.36 · ถ้าเป็นบริษัทไทยที่ออกใบกำกับภาษีให้ → ภาษีซื้อปกติ
5 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด
- ไม่ได้ใส่เลขผู้เสียภาษีในบัญชีโฆษณา ทั้งที่บริษัทจด VAT → เสีย VAT ซ้ำและขอคืนไม่ได้ (ดูกล่องเตือนด้านบน)
- จ่ายค่าแอดด้วยบัตรเครดิตส่วนตัวของกรรมการ → หลักฐานเป็นชื่อบุคคล บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทลำบาก และเงินที่กรรมการออกแทนกลายเป็นรายการ "เงินกู้ยืมกรรมการ" ที่ต้องเคลียร์ — ควรใช้บัตรบริษัทหรือทำเอกสารเบิกคืนให้ถูกต้อง
- ลืมยื่น ภ.พ.36 แล้วมายื่นย้อนหลัง → ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ทั้งที่ถ้ายื่นตรงเวลาภาษีสุทธิเป็นศูนย์
- ลงภาษีซื้อผิดเดือน → ภาษีซื้อจาก ภ.พ.36 ใช้ได้ในเดือนที่ยื่นและชำระแบบ ไม่ใช่เดือนที่จ่ายค่าโฆษณา
- ใช้ใบแจ้งหนี้ที่ไม่มีชื่อบริษัท → ตั้งค่าชื่อและที่อยู่นิติบุคคลในบัญชีโฆษณาให้ตรงกับหนังสือรับรอง เพื่อให้ใบแจ้งหนี้ใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายได้
แล้วต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ด้วยไหม?
โดยทั่วไปไม่ต้อง — ค่าบริการโฆษณาออนไลน์ถือเป็นกำไรจากธุรกิจของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับไอร์แลนด์และสิงคโปร์ จะเก็บภาษีในไทยได้ก็ต่อเมื่อบริษัทนั้นมีสถานประกอบการถาวรในไทย ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่มี จึงไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่ควรเก็บใบแจ้งหนี้และหลักฐานการจ่ายให้ครบไว้ชี้แจง และหากจ่ายให้ผู้รับในประเทศที่ไม่มีอนุสัญญากับไทย หรือเป็นค่าบริการลักษณะอื่น (เช่น ค่าสิทธิ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์) ควรให้นักบัญชีพิจารณาเป็นรายกรณี
ยิงแอดทุกเดือน แต่ไม่แน่ใจว่ายื่น ภ.พ.36 ครบไหม?
แพ็กเกจทำบัญชีรายเดือนของ Riskless ดูแลการยื่นภาษีรายเดือนให้ครบทุกแบบ รวมการตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างประเทศและการตั้งค่า Tax ID ในบัญชีโฆษณา · เริ่ม 3,000 บาท/เดือน
ดูแพ็กเกจทำบัญชีรายเดือน ยังไม่ได้จด VAT? ดูบริการจด VAT






